นมแม่.. อาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก


องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ แนะนำว่าลูกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกด้วยองค์ประกอบด้านโภชนาการ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งจากเซลล์จากแม่ รวมถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารของลูกด้วย

เด็กทารกที่เกิดใหม่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่สมบูรณ์ น้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกสำหรับเด็ก เพราะมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมากที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย การได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ทารกเติบโตได้สมบูรณ์แข็งแรง

เหนือสิ่งอื่นใด ขณะที่แม่ให้นมจะต้องโอบกอดลูกไว้ข้างนอก แม่ลูกสบตากัน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นวิธีสร้างสายใยความรักความผูกพันที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งระหว่างแม่กับลูก

สารอาหารในน้ำนมแม่

สารอาหารในน้ำนมแม่มีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาหลังการคลอดเพื่อให้เหมาะสมกับตัวลูกน้อย ผ่านกระบวนการสร้างน้ำนมในร่างกายของแม่ที่เกิดจากการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นโดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

น้ำนมระยะที่ 1 (Colostrum)

ระยะหัวน้ำนม เป็นระยะ 1-3 วันแรก น้ำนมจะมีสีเหลือง จนบางคนเรียกว่าน้ำนมเหลือง เนื่องจากมีแคโรทีนสูงกว่านมระยะหลังมาก น้ำนมระยะนี้เป็นน้ำนมที่อุดมสมบูรณ์มากประกอบไปด้วยโปรตีนต่างๆ ที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เกลือแร่ วิตามิน สารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของสมองและการมองเห็นของลูก รวมทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในการขับขี้เทาของลูกได้ด้วย

น้ำนมระยะที่ 2 (Transitional Milk)

เมื่อผ่านช่วง 5 วัน ถึง 2 สัปดาห์แรก น้ำนมจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น  ซึ่งจะมีสารอาหารเพิ่มขึ้นทั้งไขมันและน้ำตาลที่มีปริมาณเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

น้ำนมระยะที่ 3 (Mature Milk)

เมื่อผ่านช่วง 2 สัปดาห์แรกแล้ว น้ำนมแม่จะมีปริมาณที่มากขึ้น และมีสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูก ได้แก่

  • โปรตีน ที่มีส่วนช่วยในการยับยั้งจากเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด เพิ่มภูมิต้านทาน และเอนไซม์ที่สามารถทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียได้
  • ไขมัน ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ DHA (Docosahexaenoic Acid) และ AA (Arachidonic Acid) ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทและการมองเห็น
  • น้ำตาลแลคโตส โดยพบว่าในนมแม่มีโอลิโกแซคคาไรด์หรือคาร์โบไฮเดรตสายสั้น (Human Milk Oligosaccharides หรือ HMOs) มากกว่า 200 ชนิด และมีปริมาณมากกว่าปริมาณที่พบในนมวัวถึง 5 เท่า และยังพบอีกว่า HMOs ในน้ำนมแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้
  • วิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต ได้แก่ A, B1, B2, B6, B12, C, D, E, K และแร่ธาตุซึ่งได้แก่ เหล็ก แคลเซียม ไอโอดีน เป็นต้น

นอกจากนี้ในน้ำนมแม่ยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ได้แก่ แอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor) ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบทางเดินลำไส้ เส้นเลือด ระบบประสาท และระบบฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโต

“นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เพราะในนมแม่มีสารอาหารต่างๆ ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตและมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของทารก ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ลูกดื่มนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และดื่มนมแม่ร่วมกันอาหารตามวัยต่อเนื่องไปจนอายุ 2 ปี

แพทย์หญิงจรินทรณ์ วงศ์ภากร กุมารแพทย์เฉพาะทางทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นการช่วยวางรากฐานในการเจริญเติบโตของร่างกาย สมอง และช่วยส่งเสริมพัฒนาการ รวมทั้งพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และจิตใจ เนื่องจากน้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกสำหรับเด็ก อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน แร่ธาตุและแบคทีเรียชนิดดี ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ในช่วง 6 เดือนแรกของทารกควรดื่มนมแม่อย่างเดียว เนื่องจากระบบการย่อยอาหารของทารกยังไม่สมบูรณ์ การให้อาหารอื่นแก่ทารกจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ ทั้งนี้เด็กทารกแต่ละคนนั้นมีความต้องการน้ำนมในปริมาณที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงอายุ และน้ำหนักตัวของเด็ก ในช่วง 1 เดือนแรก ทารกควรดูดนมแม่จากเต้าไม่น้อยกว่า 20 – 30 นาที อย่างน้อย 8 ครั้งต่อวัน ซึ่งจำนวนครั้งจะลดลงเมื่อเด็กโตขึ้น อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรหมั่นสังเกตลูกน้อยอยู่เสมอให้ลูกได้กินอิ่ม นอนหลับสบาย ไม่งอแง และน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์

สำหรับคุณประโยชน์ของนมแม่ต่อลูกน้อย คือ เสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกาย ให้ลูกเจริญเติบโตตามเกณฑ์สมวัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก ช่วยให้ลูกเจ็บป่วยน้อยลงและฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วยการสร้างแอนติบอดีต่อต้านอาการเจ็บป่วยอย่างไข้หวัด การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็ก เสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและความฉลาดทางอารมณ์ที่สมบูรณ์ ช่วยให้ทารกมีการเรียนรู้ที่ดี เพิ่มระดับเชาว์ปัญญา ทำให้ทารกเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ อีกทั้งในทารกที่คลอดก่อนกำหนดนมแม่มีส่วนช่วยให้ทารกมีการเจริญเติบโตที่ดี ลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ รวมทั้งช่วยเสริมพัฒนาการของทารกได้อีกด้วย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของแม่ โดยในช่วงที่แม่ให้นมลูกจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ช่วยป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด ทำให้มดลูกกลับสู่สุขภาพปกติเร็วขึ้น ลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้นในขณะให้นมลูก นอกจากนี้การให้นมแม่ยังเสริมสร้างความรัก ความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูกได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน คลินิกนมแม่ ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว มีทีมกุมารแพทย์ สูตินรีแพทย์ และพยาบาลผู้ชำนาญการและมีประสบการณ์ ให้การดูแลและคำปรึกษาคุณแม่หลังคลอดและลูกน้อย เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะนมแม่เป็นอาหารดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ในนมแม่มีสารอาหารต่างๆ ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของลูกน้อยนะคะ

แพทย์หญิงจรินทรณ์ วงศ์ภากร กุมารแพทย์เฉพาะทางทารกแรกเกิดและปริกำเนิด คลินิกนมแม่ ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว



นมแม่.. อาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก นมแม่.. อาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก Reviewed by Panya Post on กันยายน 30, 2563 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.